คุณเชื่อในโชคชะตาหรือเปล่า โชคชะตาที่เชื่อมคนสองคนเอาไว้ด้วยกันด้วยคำหนึ่งคำ คำว่า รัก
มองไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยใจ ว่าไกลกันแค่ไหน ก็ยังมีสายสัมพันธ์บางเบา ที่ผูกเอาไว้ด้วยลิขิตแห่งโชคชะตา คอยรั้งให้เราเดินกลับมาเจอกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
1928 เป็นแค่เครื่องยืนยันความรักที่ข้ามผ่านกาลเวลาของคนสองคนที่ไม่อาจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่พวกเขาทั้งคู่รับรู้ด้วยจิตใจว่า ไม่ว่าห่างไกลกันเกินครึ่งฟ้า ก็ยังมีจิตวิญญาณของอีกฝ่าย คอยให้ความอบอุ่นใจตลอดเวลา
ขอเพียงแค่เชื่อ
เชื่อในโชคชะตาเท่านั้น
SF: //~1928~//
Author: i_ke
Main Kibum X Donghae
Destiny decided to
The way of slowly steps shoes
One way is for me one way is for you
The end of the road
Is Stop of two?
คุณคงไม่อาจจิตนาการความรักที่ยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลาและพรหมลิขิตได้ ตัวของผมเองก็ไม่เคยเชื่อ จวบจนกระทั่งคุณตาของผมได้เสียชีวิตลงด้วยวัย แปดสิบสาม เพราะโรคชรา และทิ้งมรดกให้ผมเอาไว้ชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือร้านกาแฟเล็กๆที่มีชื่อร้านแปลกตาว่า 1928 ผมเองไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่าอย่างไรมาโดยตลอด จนกระทั่งคุณตาของผมได้มอบจดหมายฉบับหนึ่งให้ก่อนตาย
ผมชื่อลีทงเฮ ปีนี้อายุยี่สิบ ไม่ได้เรียนต่อที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในย่านคึกคักของกรุงโซล ผมรับช่วงต่อร้านนี้จากคุณตาครับ ท่านเปิดร้านกาแฟแห่งนี้มาตั้งแต่ท่านหนุ่มๆ สร้างมันขึ้นมาได้ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของท่านเอง ผมเฝ้ามองการเติบโตของ1928มาตั้งแต่ผมยังเด็ก เรียกได้ว่าผูกพันกับร้านนี้มาแต่ลืมตาอ้าปากได้เลยครับ
คุณตาเป็นคนสำคัญสำหรับผม ท่านเลี้ยงผมมาตั้งแต่ผมยังเด็กเพราะพ่อและแม่ของผมต่างก็เสียชีวิตทั้งคู่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผมไม่ทราบหรอกครับว่าท่านเสียตอนอายุเท่าไหร่ แต่คุณตาก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ผมฟัง พอคุณตาเสีย ผมก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อและหันมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับร้านที่คุณตาของผมรักมากที่สุดในชีวิต
สมัยคุณตาเป็นหนุ่ม ท่านมีความรักที่แสนบริสุทธ์กับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ท่านไม่สามารถจะรักเธอได้ แม้ทั้งสองคนจะรักกันมากแค่ไหน ฝ่ายสาวน้อยคนนั้นถูกครอบครัวกีดกันไม่ให้รักกับคุณตาถึงขนาดที่ครอบครัวของเธอจับเธอส่งไปอยู่ที่อเมริกาและบังคับให้แต่งงาน ก่อนที่เธอจะจากไป คุณตาทำสร้อยเส้นหนึ่งให้เธอมันเป็นสายทองเส้นบางที่รัดร้อยกระหวัดกันเป็นตัวเลข 1928 และคุณตาก็เก็บเอาไว้หนึ่งเส้นที่ตัวเป็นเครื่องระลึกถึงความรักที่มีให้แก่หญิงสาวคนนั้น คิมมิริน
ตอนนี้สร้อยเส้นนั้นของคุณตาก็นอนสงบนิ่งอยู่บนคอของผม
แม้คุณตาจะแต่งงานกับคุณยายของผม แม้จะมีความรักและความสงสารให้กับคุณยาย แต่ก็ไม่มีความรักใดมาทดแทนความรักของคุณตาที่มีให้แก่มิรินได้ ตลอดกาล แม้ลมหายใจจะสิ้นสุดลงก็ตาม
คุณตาเคยบอกผมเสมอว่า หากคนเรามีพรหมลิขิตที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่ายังไงก็ตาม โชคชะตาก็จะบันดาลให้ทั้งสองคนมาพบกัน
ผมเองก็อยากจะรู้เหลือเกินว่า ใครกันนะ คือคู่แท้ของผม ใครคือคนๆนั้น
ทุกวันงานของผมคือชงกาแฟ แก้วแล้วแก้วเหล่า กาแฟชั้นดีที่คัดมาจากแหล่งผลิตกาแฟชั้นดีของโลก ถึงมันจะดูน่าเบื่อแต่ผมก็ทำงานด้วยความรักและความผูกพัน ผมใส่หัวใจของผมลงไปในกาแฟทุกแก้ว ร้านกาแฟของผมมักเป็นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าแต่ละคน ทุกวันผมจะได้รับฟังเรื่องราวจากทั่วทุกมุมโลกในขณะที่ตัวของผมยังชงกาแฟอยู่ที่ร้านนั่นเอง
ทงเฮ เชื่อไหมว่าฝีมือน่ะมันถ่ายทอดกันได้ทางสายเลือดนะ
หรือครับ ผมไม่ยักกะรู้เลย
ก็เหมือนกับทงเฮและคุณตาไงล่ะ ฝีมือชงกาแฟน่ะ เยี่ยมเหมือนกันเลย
อาจะเป็นเพราะผมผูกผันกับคุณตามาตั้งแต่เล็กล่ะมั้งครับ
โลกของผมก็อยู่ที่ร้านกาแฟที่อบอวลไปด้วยความรักของคุณตา
เป็นโลกที่ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความหลังและความหวัง
เสียงระฆังใบเล็กทำด้วยทองเหลืองที่แขวนที่ประตูดังขึ้นอีกครั้ง เป็นรอบที่เท่าไหร่ผมไม่รู้ เพราะแต่ละครั้งที่ระฆังดังจะมีลูกค้าเข้ามาในร้าน แล้วก็จากไปพร้อมเสียงระฆังอีกเช่นกัน
สวัสดีครับ 1928ยินดีต้อนรับครับ เหมือนจะเป็นการท่องจำ แต่ผมก็พูดประโยคนี้ทุกครั้ง
ขอคาปูชิโน่แก้วหนึ่ง เสียงห้าวๆดังขึ้นท่ามกลางความสงบของร้าน ผมหันไปมองหน้าลูกค้ารายใหม่เจ้าของเสียง เขาเป็นชายหนุ่มที่ช่างเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ทั้งลึกลับ ดูเคร่งขรึม ดุดัน ผมเดาไม่ถูก จริงอยู่ที่ผมพบผู้คนมากมายหลากหลายหน้าตาและสัญชาติแต่ผมก็ไม่เคยเห็นใครที่เต็มไปด้วยอารมณ์แบบคนตรงหน้าของผมเลย
ใส่ครีมด้วยไหมครับ
ไม่ต้อง ผมไม่ชอบหวาน
ดุจริงๆด้วย ผมแอบคิดในใจ คนที่มีอารมณ์เคร่งเครียดคิ้วขมวดอยู่เป็นนิตย์มักจะไม่ชอบกินหวาน แต่มันก็เป็นแค่ความคิดของผมเท่านั้น คนเรามองคนที่เพียงเปลือกนอกไม่ได้หรอกนะครับ จริงไหม
เสียงเมล็ดกาแฟถูกบดดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่ผมบรรจงคั่วอย่างดี ก่อนจะถูกนำไปชงด้วยวิธีการดั้งเดิมตามแบบที่ผมเห็นคุณตาทำเมื่อสมัยเด็กๆไม่ผิดเพี้ยน
คุณเป็นเจ้าของร้านหรือ
คนตัวโตในความคิดของผมถามขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของร้าน แม้จะมีดนตรีบรรเลงเบาๆที่ผมเลือกมาเปิดดังคลออยู่ก็ตาม
เปล่าหรอกครับ เป็นร้านของคุณตาของผมเอง ตอนนี้ท่านเสียแล้วครับ ผมเลยรับช่วงต่อ
น่าแปลกนะ ที่คนอายุน้อยๆอย่างคุณมารับช่วงต่อร้านกาแฟแบบนี้
ผมอายุยี่สิบแล้ว ไม่เด็กแล้ว
งั้นคุณก็อายุมากกว่าผม
คุณอายุเท่าไหร่กัน
สิบเก้า
!!!!พระเจ้า เขาอายุเด็กกว่าผมเสียอีก เราไม่อาจจะตัดสินคนได้ที่เปลือกนอกจริงๆ
ชื่ออะไร เขาถามผมห้วนๆสั้นๆ
อีทงเฮ คุณล่ะ
เรียกผมว่าคิบอมเถอะ อย่าเรียกคุณเลย ผมยังเด็กกว่าคุณเลยนะ
ก็ได้ คิบอม ผมพยักหน้ารับ ก่อนส่งกาแฟถ้วยเล็กให้คิบอม
ผมจะเรียกคุณว่า ทงเฮนะ
คนตัวโตที่มีดวงตาแสนจะเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ชื่อคิบอมจู่ๆก็พูดโพล่งขึ้นมา ผมพยักหน้ารับ
จะเรียกอะไรก็เรียกเถอะ
ทงเฮ
หืมมม มีอะไรหรือ
เปล่า ผมแค่ชอบชื่อของทงเฮก็เท่านั้น
ตรงไหนกัน ก็แค่ชื่อธรรมดาๆ
มันแปลว่าทะเลตะวันออกใช่ไหม
ก็ใช่ นายจะถามทำไม ก็เข้าใจความหมายของมันอยู่แล้วนี่ เป็นคนเกาหลีประสาอะไรกันนะ
ผมไม่ได้อยู่เกาหลี ผมอยู่ที่อเมริกา
อ้อ
นั่นอาจจะเป็นบทสนทนาสุดท้ายของผมกับคิบอมในวันนั้น พอผมหันหลังไปสาละวนกับการชงกาแฟให้กับลูกค้ารายอื่น หันกลับมาอีกที คิบอมก็หายตัวไปแล้วพร้อมกับเงินค่ากาแฟที่เขาทิ้งไว้บนเคาเตอร์
ผมไม่เข้าใจในตัวของเขาเสียจริงๆ
I always believe that someone who was born for me, somewhere
I still believe that somewhere someone still waiting for me
I dont know, who what when where and why
But, I still believe, I do
อาทิตย์หนึ่งผ่านมาแล้วตั้งแต่ที่ผมเจอคิบอม เขาไม่ได้มาที่ร้านอีกเลย แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ลูกค้าบางคนก็มาเพื่อชิมกาแฟแล้วก็จากไป คิบอมก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้น
เสียงระฆังใบจ้อยดังขึ้นอีกครั้ง แต่วันนี้มันเป็นครั้งแรกของวัน
สวัสดีครับ 1928ยินดีต้อนรับครับ
งื้อ สบายดีหรือเปล่า ทงเฮ
น้ำเสียงคุ้นเคยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นจากเคาเตอร์ คิบอมยืนยิ้มให้ผมอยู่ รอยยิ้มแรกที่ผมเคยเห็น มันเป็นรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ผมไม่ได้เห็นมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้สิ
สบายดี ผมยิ้มรับ ดื่มอะไรก่อนไหม
คาปูชิโน่ เขาตอบกลับมาแทบจะทันที
ไม่หวานใช่ไหม
งื้อ จำได้ด้วยเหรอ ดีจังนะ
ฉันจำรายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้ได้อยู่แล้วน่ะ
ดีจังนะเขาเอาแต่จ้องมองผมอยู่นั้น
มองอะไรเล่า
สร้อยคอเส้นนั้น สวยนะ
เส้นนั้น นายหมายถึงเส้นนี้ใช่ไหม ผมชูสร้อยคอที่ผมสวมติดคออยู่ตลอดเวลาให้คิบอมดู
ขอดูใกล้ๆหน่อยได้ไหม
อืม เอาสิ
ผมยื่นคอไปใกล้ๆคิบอมเพ่งพิจารณาสร้อยเส้นนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
เหมือนชื่อร้านเลยสินะ
อืม ใช่แล้ว มันเป็นของคุณตาอีกเหมือนกันผมตอบ
เต็มไปด้วยความหลังสินะ
ดูออกหรอ
อืม สัมผัสได้น่ะ
เก่งนี่ ผมชมคิบอม ก่อนหันไปชงกาแฟต่อ
เชื่อในพรหมลิขิตไหม คิบอมพูดทำลายความเงียบของร้านและเราสองคน
เชื่อสิ ผมพยักหน้าตอบ
ผมก็เชื่อนะ
นายน่ะหรือ เชื่อ?
อืม มีคนๆหนึ่งเคยบอกผมว่า หากคนเรามีพรหมลิขิตที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่ายังไงก็ตาม โชคชะตาก็จะบันดาลให้ทั้งสองคนมาพบกัน
เอ๋????????? ประโยคนี้คุณตาก็เคยพูดไว้เหมือนกัน
คุณตาของทงเฮน่ะหรือ
อืม คุณตามักจะพูดเสมอ
ดีจังเลยนะ ผมชอบประโยคนี้มากๆเลย
เหรอ ฉันเองก็ชอบ
แล้วผมก็ชอบทงเฮมากๆด้วย
............................................................
มีแต่ความเงียบ กับคนที่คุยกันไม่กี่ประโยค คนเราจะสามารถบอกว่าชอบกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมส่งยิ้มให้คิบอม
มันอาจจะเป็นแค่ความชอบอย่างเดียวก็ได้
เร็วไปใช่ไหม
ก็คงทำนองนั้นล่ะมั้ง เร็วไป
สำหรับผมแล้ว มันไม่เร็วเลยสักนิด
พูดหยั่งกับนายรอมานานทั้งชีวิตนั้นแหละ ผมตอบคิบอมไปแบบขำๆ
คงจะเป็นอย่างนั้น คิบอมยิ้มน้อยๆกลับให้ผม
Come along with me
Take my hand so tightly
Come away with me
Let me bring you to the moon
ความสัมพันธ์ของผมกับคิบอมค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆ คิบอมมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านของผมทุกวันบางครั้งเขาก็หายไปนานๆ แล้วก็กลับมาใหม่ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจนจะครบสามเดือนแล้ว
เรารู้จักกันมาเกือบสามเดือนแล้ว ผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคิบอมเรื่องื่นเลยนอกจากชื่อของคิบอมเท่านั้น
เราไม่เคยจับมือกัน แม้คิบอมจะบอกว่าชอบผมทุกครั้งที่เราเจอหน้ากัน
เราไม่เคยมีอะไรเลยเถิด แม้คิบอมจะบอกว่าชอบผมทุกครั้งที่เราเจอหน้ากัน
แต่ผมไม่ปฏิเสธ ว่าผมรู้สึกดีกับคิบอม
รู้สึกดีทุกครั้งเห็นหน้าของเขา รอยยิ้มของเขา
อาการแบบนี้ เรียกว่าอะไรกันนะ
วันอาทิตย์นี้ ว่างหรือเปล่า
ว่างสิ ว่าง แต่ต้องหลังจากปิดร้านแล้วนะ
เหรอ ไปเดทกันไหม
เดทหรือ
อืม ไปเดทกันเถอะ
แค่คำว่าไปเดทมันคงเป็นเรื่องปกติ ผมกับคิบอมเจอกันเฉพาะที่ร้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เราไปเดทกัน
อยากให้เดทครั้งนี้เป็นอะไรที่งดงาม และน่าประทับใจ
แต่อย่างที่ผมบอกก็คือ โลกของผมอยู่ที่ร้านกาแฟเท่านั้น
คืนวันอาทิตย์ช่างมาถึงเร็วกว่าที่คิด ผมไม่เห็นคิบอมที่ร้านเลยตลอดทั้งวัน ผมคิดว่าเขาคงติดธุระหรือต้องทำอะไรสำคัญก่อนจะมาเจอผม ผมเลือกชุดที่ดีที่สุดในตู้เสื้อผ้ามาใส่ จัดการตัวเองอย่างดี ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม แล้วออกไปยืนรอคิบอมข้างนอกร้าน
ท้องฟ้าคืนนี้มีเมฆมาก ไม่เห็นแม้แต่หมู่ดาว
ผมยืนรอคิบอมอยู่สักพัก ร่างสูงของคิบอมก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าผม คิบอมดูดีมากในชุดสูทสีดำเข้ม ดูเป็นทางการเสียจริงๆ
ยังกะจะไปงานราตรีน่ะ ผมเย้าคิบอม คนตัวสูงยิ้มให้ผมน้อยๆ
เดทครั้งแรก ผมเองก็อยากให้มันสวยงาม และน่าประทับใจ พร้อมที่จะไปหรือยัง
อืม ผมพยักหน้าน้อยๆ
คิบอมยื่นมืออันแข็งแรงของเขามาให้ผมจับ ผมยื่นมือตอบกลับไป
มือของเขาทั้งอุ่น แข็งแรง และทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
เราสองคนค่อยเดินกุมมือกันไป ท่ามกลางท้องถนนของกรุงโซลในยามราตรี ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยก้อนเมฆกลับเปิดกว้างให้เห็นหมู่ดาวมากมาย ราวกับมีมนต์วิเศษ
ท้องฟ้าเปิดแล้ว ดูสิ ดาวเต็มท้องฟ้าเลย ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้า พลางพูดกับคิบอม
ชอบดูดาวหรือ
อืม ชอบสิ
งั้นจะพาไปที่ๆหนึ่ง คิดว่านายคงชอบ ถ้าได้ดูดาว
ที่ไหนหรือ
จับมือฉันไว้นะ แล้วฉันจะพานายไป
อืม
คิบอมค่อยๆพาผมเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ผมจำไม่ได้หรอกว่ามันไปทางไหนบ้าง ได้แต่เดินตามคิบอมต้อยๆ แต่ผมก็มั่นใจว่า เขาคงไม่พาผมไปสู่อันตรายแน่ๆ ผมเชื่ออย่างนั้น
ถึงแล้วล่ะ
ประโยคสั้นๆปลุกผมขึ้นจากภวังค์ เบื้องหน้าของผมคือสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ผมมองคิบอมด้วยความแปลกใจ มีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆส่งมาให้ผมเท่านั้น
ชอบไหม ที่ตรงนี้เป็นที่ๆทงเฮจะได้ดูดาวบนท้องฟ้าได้สวยที่สุดในโซลเลยนะ
ฉันไม่ยักกะรู้
คราวนี้ก็ได้รู้แล้ว ตามผมมาสิ
ผมยิ้มให้คิบอม และปล่อยให้เจ้าของมืออุ่นที่กุมมือของผมไว้เป็นคนนำทาง
ตอนนี้ผมยืนอยู่ ณ ลานกว้างกลางสวนสาธารณะแห่งนี้ ที่ตรงนี้มีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลตาจากโคมไฟข้างถนนที่สาดส่องมาเท่านั้น เมื่อผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงดารานับพันพากันส่องแสงเป็นประกาย ราวกับรู้ว่าผมกำลังมองมันอยู่ตรงนี้
นายพูดถูก ที่นี่ดูดาวได้สวยที่สุดในโซลจริงๆ
ผมทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้านุ่ม คิบอมก็เช่นกัน เราทั้งสองคนนั่งมองดูดวงดาวที่ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าอย่างมีความสุข
แล้วผมก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
ฝนตกแล้ว
ฝนตก ไปหลบฝนกันเถอะ
คิบอมลุกขึ้น ก่อนจะคว้าข้อมือผมออกวิ่งไปหาที่หลบฝน ผมวิ่งตามหลังคิบอมไป หยาดฝนเล็กๆเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสายฝนที่ค่อยตกหนักขึ้นๆ คิบอมพาผมวิ่งมาจนถึงป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง เราสองคนจึงวิ่งเข้าไปหลบฝนที่หลังคาหลบฝนของป้ายรถเมล์นั้น
นายเปียกไปหมดเลย หนาวไหมคิบอมมองผมที่เปียกมะลอกมะแลก ก่อนจะถอดเสื้อสูทชั้นนอกเขาสวมอยู่ออกแล้วบรรจงสวมให้ผมแทน
นายไม่หนาวหรือไงผมถามกลับไป คิบอมยิ้มให้ผม
ไม่หนาวหรอก เราคงต้องอยู่ที่นี่จนฝนหยุดตกแล้วล่ะ
อืม ผมพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปหาที่นั่งบริเวณนั้น โชคดีที่มีเก้าอี้สีส้มสว่างตั้งอยู่สองสามตัว ผมกับคิบอมนั่งเก้าอี้ติดกัน
เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมากมาย นอกจากมือที่ยังกุมไว้
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แต่ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก
เปลือกตาของผมหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วท้ายที่สุด มันก็ปิดลง พร้อมๆกับหัวของผมที่ซบลงบนบ่าของคิบอม
One last breath
I feel the end of us here
Forever come close
Just hanging here with me for a while
Before everything slipped away
Memory you and me
ผมลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อแสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาในม่านตา ผมอยู่หน้าร้าน 1928 ไม่มีคิบอมเคียงข้าง ผมมองไปรอบๆ หวังว่าจะเจอคิบอมยืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่ก็ไม่พบคิบอม
ผมสัมผัสได้ถึงบางสิ่งในอุ้งมือ พอผมก้มลงไปดู ก็พบดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับสร้อยคอที่ผมแสนคุ้นตาเส้นหนึ่ง
สร้อยคอที่เหมือนกับสร้อยเส้นที่ผมสวมอยู่ในขณะนี้
สร้อย 1928
น้ำตาของผมไหลลงมาอาบแก้มเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมได้แต่กุมสร้อยคอนั้นไว้กับอก แล้วก็ปล่อยให้น้ำตาของผมหลั่งรินออกมาอย่างเชื่องช้า
คิบอม
ทำไม่ผมถึงไม่เอะใจ ว่าเขาคือใคร ทำไมผมถึงไม่รู้จักถาม ทำไมผมถึงไม่มีความกระตือรือร้นที่จะถามเรื่องราวเกี่ยวกับเขาแม้เพียงน้อยนิดเล่า ทำไมกัน
แล้วทำไมตอนนี้ ผมถึงต้องมีน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มเพราะเขาด้วย
ทำไม
The precious moment are leaving me with tears.
Deeper down in to my memory of you and me
Your laughs your smiles are impress me
Here am I waiting for you
หนึ่งเดือนผ่านไป ผมไม่ได้เจอคิบอมอีกเลย ตอนนี้ที่โซลกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
ใบเมเปิ้ลแดงในสวนพากันร่วงหล่นลงจากต้น
กิ่งหลิวที่ดูอ่อนช้อยก็โน้มตัวลงมาระกับผิวน้ำช่างดูอ่อนไหว
กลิ่นลาเวนเดอร์หอมหวนไปทั่วสวนกว้าง
สายลมอ่อนๆพัดพาความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิกระจายไปทุกที่ที่พัดผ่าน
เมื่อท่วงทำนองแห่งธรรมชาติขับขาน บทเพลงแห่งความรักของผมก็กลับมาอีกครั้ง
Sometimes it's hard when you're so deep inside
บางเวลาช่างยากลำบากเหลือเกินที่เธอยังคงอยู่ในความทรงจำลึกๆข้างใน
To see all you can lose in a blink of an eye
ราวกับเห็นความสูญเสียกระพริบอยู่ในดวงตาของเธอ
Dreams could be shattered
ความฝันของเราแตกสลาย
You could be gone
เธอจากไป
How would I survive?
แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร
Cause you're where I belong
เพราะเธอคือบ้านของหัวใจ
My soul-believer
เธอคือความเชื่อมั่นในจิตวิญญาณของฉัน
Without you, I don't know who I would be
ไม่มีเธอ ฉันไม่รู้ว่า ฉันควรจะเป็นใคร
เสียงระฆังใบเล็กดังขึ้นในช่วงค่ำๆที่ผมใกล้จะปิดร้าน ผมไม่ได้ละสายตาไปจากกาแฟที่กำลังชงตรงหน้า ไม่อยากคาดหวังในใจแล้วว่าคนตรงหน้าของผมคือคิบอม ทุกครั้งที่ระฆังดัง ผมก็จะคิดถึงหน้าของคิบอมทุกครั้ง
ขอคาปูชิโน่ครับ
ราวกับกระแสบางอย่างแล่นปราดเข้าไปทั่วร่างกายของผม น้ำเสียงที่ผมไม่มีวันลืม เขาคนนั้น
คิบอมยืนอยู่ตรงหน้าเคาเตอร์ คิบอมคนที่ผมคิดถึงมาตลอด คิบอมคนนั้น
นาย
ผมไม่รู้ว่าน้ำเสียงของผมสั่นเครือแค่ไหน แต่ตอนนี้น้ำตาของผมไหลรินลงมาอีกแล้ว
อย่าร้องไห้ เขาค่อยๆยื่นมืออันอบอุ่นมาเช็ดน้ำตาให้ผม ผมมองหน้าคิบอมผ่านทางม่านน้ำตา
นายหายไป หายไปไหน
................................... คิบอมไม่ได้ตอบผม เพียงแต่ยิ้มให้ ดวงตาของเขาช่างเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
ฉัน......................... ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน
ผมมีเวลาไม่มากแล้ว เวลาของผมเหลือน้อยลงทุกที คิบอมยิ้มให้ผม ทงเฮ ไปเดทกับผมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม
นายหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ
ให้ผมแก้ตัวนะ เวลาของผมเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว
ฉันไม่อยากให้นายหายไปไหน ฉันไม่อยากลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่คนเดียว
ผมจะไม่มีวันทิ้งทงเฮอีกแล้ว ไปเดทกับผมนะ
อืม
แม้ผมจะไม่ได้อยู่ในชุดที่ดีที่สุด แต่ผมก็จะไม่มีวันลืมเดทครั้งนี้ของเรา คิบอมพาผมไปยังสวนสาธารณะที่เดิมที่เราไปเดทกันแรก คราวนี้ฝนไม่ตกลงมา และดวงดาวก็เปล่งประกายเช่นเดิม
ฉันชอบที่นี่จัง
ผมก็ชอบ แล้วผมชอบทงเฮด้วย
ฉันรู้แล้ว
ทงเฮรู้สึกอะไรกับผมบ้างไหม
เอ่อ.......................ผมได้แต่นิ่งไม่รู้จะตอบอะไร
เอ่อ ฉันยังไม่ได้คืนสร้อยให้นายเลย สร้อยของนายที่เหมือนกับสร้อยของฉัน
1928น่ะหรือ
อืม ใช่แล้ว
เก็บเอาไว้เถอะ
ทำไมล่ะ มันเป็นสร้อยเส้นสำคัญของนายนะ และมันก็สำคัญกับฉันมากเหมือนกัน
การเดินทางของสร้อยเส้นนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทงเฮเก็บไว้เถอะนะ ให้รู้ว่าผมอยู่ข้างๆทงเฮเสมอ
งั้นหรือ ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี การเดินทางของมันสิ้นสุดลงแล้วจริงๆด้วยสินะ คุณตาคงจะมีความสุข
คุณยายของผมเองก็คงจะดีใจเหมือนกัน
เขาเรียกว่าอะไรกันหรือ ที่ชักนำคนสองคนมาอยู่ด้วยกัน ข้ามผ่านระยะทางอันแสนไกลและความรู้สึกหมื่นพัน เพื่อมาเจอกัน
ห้าทุ่มแล้วสินะเสียงของคิบอมดังขึ้นเรียกผมที่เอาแต่ดูดวงดาวให้รู้เวลา
จริงหรือ อีกห้าทุ่มแล้วหรือ นี่ฉันนั่งดูดาวมาตั้งหลายชั่วโมงไม่รู้ตัวเลย
ผมเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน
นั่นสินะ
อีกแค่ชั่วโมงเท่านั้นจะเที่ยงคืนแล้ว
นายเป็นซินเดอเรลล่าหรือไง ที่เที่ยงคืนจะต้องหายไปน่ะผมเย้าคิบอม ก็เขาเอาแต่พูดเรื่องเวลา เที่ยงคืน
ผมไม่ใช่ซินเดอเรลล่าหรอก แต่ผมจะเป็นเจ้าชายที่คอยเฝ้าดูทงเฮอยู่ใกล้ๆ ผมรักทงเฮนะ
ขอบคุณนะ แต่ฉันไม่รู้จะพูดอะไร มันอาจจะเป็นความรักก็ได้ ผมตอบกลับไป คิบอมมีสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน ส่งมือมาให้ผมอีกครั้ง
มีที่ๆหนึ่งอยากพาทงเฮไป ไปกับผมนะ
อืม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินตามคิบอมไป
เบื้องหน้าของผมคือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ผมค่อนข้างสงสัยว่าคิบอมพาผมมาที่นี่ทำไม บรรยากาศในโรงพยาบาลเงียบสงบ ผมเดินตามคิบอมไปทางตึกผู้ป่วย เราสองขึ้นลิฟต์ไปตามชั้นความสูงของโรงพยาบาล แล้วคิบอมก็พาผมมาที่หน้าห้องไอซียู
มีใครคนหนึ่งอยากเจอทงเฮ
ใครหรือ
เข้าไปเถอะ เขารอทงเฮอยู่ อย่าลืมยิ้มสวยๆให้เขานะ
อืม
แม้จะแปลกใจ แต่ผมก็เข้าไปในห้องนั้นตามลำพัง
ร่างของใครคนหนึ่งกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ที่เตียงผู้ป่วย ข้างเตียงเป็นเครื่องวัดสัญญาณหัวใจ มันกำลังแสดงเส้นที่คนอย่างผมพอจะอ่านออกว่าเจ้าของร่างกำลังมีลมหายใจที่รวยริน ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเตียงพยาบาลนั้น
แล้วร่างกายของผมก็ชาไปทั่ว ลมหายใจของผมราวกับจะหยุดลงให้ได้
ร่างนั้นเป็นร่างของคิบอมที่นอนสงบอยู่บนเตียงพร้อมเครื่องช่วยหายใจ
แล้วคิบอมที่ผมอยู่ด้วย คือใครกัน???????????????????
ประตูห้องไอซียูถูกเปิดออกพร้อมๆกับร่างของพยาบาลคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ญาติคนไข้หรือค่ะ
เปล่าครับ ผมเป็นเพื่อนกับ เอ่อ คิบอมใช่ไหมครับ
ค่ะ คุณคิบอม แล้วคุณ........
ทงเฮครับ ไม่ทราบว่า เอ่อ คนไข้ เพื่อนผม เอ่อ เป็นอะไรหรือครับ พอดีผมเพิ่งทราบข่าว ผมพยายามจะหาข้อมูลในช่วงเวลาที่ผมกำลังสับสนให้มากที่สุด
คนไข้โดนรถชนค่ะ สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมากจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา โอกาศฟื้นคงมีน้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย น่าแปลกมากนะค่ะ ที่จะมีบ้างช่วงที่คนไข้เหมือนรู้สึกตัวและอาการดีขึ้น แต่บางช่วงก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้าลง ไม่รู้ทำไมเหมือนกันค่ะ เป็นอย่างนี้มาหลายเดือนแล้ว
หรือครับ หลายเดือนแล้วหรือครับ
ค่ะ หลายเดือนแล้ว ดิฉันไม่กวนคุณดีกว่าค่ะ จะได้อยู่เยี่ยมคนไข้ นางพยาบาลคนนั้นยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เอ่อ ขอโทษนะครับคุณพยาบาล
ค่ะ?
เมื่อกี้เห็นใครอยู่หน้าห้องไหมครับ สูงประมาณนี้ สวมเสื้อสีดำ ผมถามนางพยาบาล
ไม่มีนี่ค่ะ เห็นแค่คุณคนเดียวค่ะ
ขอบคุณครับ
เสียงประตูปิดลง พร้อมๆกับที่ผมหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน อะไรกำลังเกิดขึ้นกับชีวิตของผมกันหรือ บางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่สามรถบอกได้ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันคืออะไร
แต่ผมยังไม่ได้บอกรักคิบอมเลย ผมยังไม่ได้บอกเขาเลย
เสียงนาฬิกาดังขึ้นสิบสองครั้ง ปลุกให้ผมลืมตาขึ้น ผมค่อยเดินไปหาคิบอมช้าๆ กุมมือของเขาไว้
ตื่นมาเถอะนะ ตื่นมามองหน้าฉัน ยิ้มให้ฉันได้ไหม คิบอม
ตู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงเครื่องวัดสัญญาณหัวใจดังขึ้น พร้อมๆกับเส้นตรงยาวเหยียดบนหน้าจอ
ไม่นะ ไม่เด็ดขาด จะเป็นอย่างนี้ไม่ได้นะ ไม่มีวัน ผมไม่ยอม
ผมไม่ใช่ซินเดอเรลล่าหรอก แต่ผมจะเป็นเจ้าชายที่คอยเฝ้าดูทงเฮอยู่ใกล้ๆ ผมรักทงเฮนะ
ฉันรักนาย คิบอม ตื่นขึ้นมานะ นายจะทิ้งฉันไปไม่ได้นะ คิบอม ตื่นขึ้นมานะ
ผมร้องไห้อย่างไม่สนใจสิ่งอื่นใด น้ำตาที่รินไหลพร้อมกับประโยคที่มันอาจจะสายไปเสียแล้วแต่ผมก็อยากจะบอกคิบอม
ฉันรักนาย คิบอมมม ตื่นขึ้นมาเถอะ
ตื่นขึ้นมานะ คิบอม
ฉันรักนาย
If I never see your face
If wings take you away from me
And tomorrow never happens, baby
If the world comes tumbling down
And crumbles all around us
Fate turns cruel
You're on your knees
So desperate for one truth
Know that I have loved you
ผมกอดคิบอมไว้แน่น ไม่ปล่อยเขาไปไหน ริมฝีปากของคิบอมช่างซีดราวกับว่าเขาจะจากผมไปแล้วจริงๆ คิบอมยังตัวอุ่นอยู่เลย ผมค่อยๆก้มใบหน้าลงไปสัมผัสกับริมฝีปากของคิบอม เชื่องช้า แต่เนิ่นนาน
ผมไม่อาจจะดึงเขากลับมาได้อีกแล้ว
เขาอาจจะจากผมไปชั่วชีวิต
ผมรักเขา ผมรักเขา รักเขาที่สุด
ฉันรักนาย คิบอม
ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด